คีลอยด์หลังศัลยกรรม ไม่ได้เกิดเพราะ “แผลใหญ่” อย่างเดียว แต่สิ่งที่หลายคนมักมองข้าม คือในช่วงที่แผลกำลังฟื้นตัวนั้น ร่างกายกำลังซ่อมแซมอย่างหนัก และถ้ามีปัจจัยบางอย่างมากระตุ้นมากเกินไป แผลอาจไม่ได้จบแค่รอยธรรมดา แต่พัฒนาเป็น “คีลอยด์” ได้
.
สาเหตุหลักที่ควรรู้ มี 4 ข้อสำคัญ
1.) การอัnLสบมากกว่าปกติ : เมื่อแผลมีการอัnLสบนาน หรือระคายเคืองต่อเนื่อง ร่างกายจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมากเกินจำเป็น ทำให้แผลนูน หนา และขยายเกินขอบแผลเดิมได้
2.) แผลอยู่ในตำแหน่งที่มีแรงตึงหรือขยับบ่อย : บริเวณที่ผิวถูกดึงรั้งตลอดเวลา เช่น ไหล่ หน้าอก หน้าท้อง หรือจุดที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย มักเสี่ยงให้แผลหายช้ากว่า และกระตุ้นให้เกิดพังผืดนูนได้ง่ายขึ้น
3.) พันธุกรรมและสภาพผิวของแต่ละบุคคล : บางคนมีแนวโน้มเกิดคีลอยด์ได้ง่ายกว่าคนอื่น แม้ดูแลแผลดีแล้วก็ตาม เพราะเป็นเรื่องของการตอบสนองของผิวและระบบซ่อมแซมร่างกายที่แตกต่างกัน
4.) การดูแลแผลหลังผ่าตัดไม่เหมาะสม : ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยให้แผลอับชื้น แกะเกา ขาดการป้องกันการเสียดสี หรือไม่ดูแลตามคำแนะนำแพทย์ ล้วนเพิ่มโอกาสให้แผลผิดปกติและเกิดคีลอยด์ได้มากขึ้น
.
วิธีดูแลแผลหลังผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดคีลอยด์
1) อย่าปล่อยให้แผลแห้งจนตกสะเก็ด : ควรดูแลแผลให้สะอาดและชุ่มชื้นอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะแผลที่สมานตัวในสภาพแวดล้อมที่ชุ่มชื้น มักเรียบเนียนกว่าแผลที่แห้งจนตกสะเก็ด
2) พยุงแผลเพื่อลดแรงตึง : หากเป็นแผลยาว หรืออยู่ในบริเวณที่ขยับบ่อย ควรใช้เทปพยุงแผล เช่น Steri-Strips เพื่อช่วยลดแรงดึงรั้งและป้องกันแผลแยก
3) เริ่มใช้ซิลิโคนเมื่อแผลปิดสนิท : เมื่อแผลปิดดีแล้ว หรือหลังตัดไหม ควรเริ่มใช้เจลซิลิโคนหรือแผ่นแปะซิลิโคนอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดแผลนูนและคีลอยด์
4) หลีกเลี่ยงการรบกวนแผล : ไม่ควรแกะหรือเกาแผล และควรระวังไม่ให้เกิดการเสียดสี รวมถึงหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด เพื่อลดโอกาสเกิดรอยคล้ำหลังแผลหาย
.
เพราะฉะนั้น หลังศัลยกรรม สิ่งที่ต้องใส่ใจไม่ใช่แค่ “ทำสวยแล้วจบ” แต่คือการดูแลแผลให้ถูกวิธีตั้งแต่วันแรก เพื่อให้แผลฟื้นตัวดี เรียบสวย และลดความเสี่ยงคีลอยด์ในระยะยาวค่ะ
โทร : 084-289-2355
—–
#Remake #อาการบวมช้ำ #แผลแห้งไว #ฟื้นตัวไวหลังศัลย์ #ตัวช่วยหลังศัลยกรรม




